<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเผย&#039;เราชนะ&#039;เงินสะพัดเฉียด7หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 &amp;nbsp;มี.ค. 2564 นางสาวกุลยา &amp;nbsp;ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 2 มี.ค. 2564 ว่า ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 2564 จนถึงปัจจุบันแล้ว จำนวน 1.9 ล้านคน ขณะที่ภาพรวมการใช้จ่ายผ่านโครงการเราชนะ ในส่วนของประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 33,084.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตัง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะแล้ว มีจำนวนมากกว่า 16.2 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 35,939.2 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิ์โครงการฯ ทั้งสิ้นจำนวน 29.9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 69,023.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชันถุงเงิน ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.1 ล้านกิจการ โดยจังหวัดที่มีผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการลงทะเบียนเข้าร่วมสูงสุด 5 ลำดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ชลบุรี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผิดวัตถุประสงค์โครงการเราชนะ เช่น การรับแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น กระทรวงการคลังได้ประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่กระทำผิดเงื่อนไขโครงการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ติดตาม ร้านค้าและผู้ให้บริการตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส โดยหากพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอปพลิเคชันถุงเงินของร้านค้าและผู้ให้บริการ ตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าและผู้ให้บริการทันที รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการสามารถแจ้งเบาะแสรวมถึงส่งหลักฐานการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการเราชนะทางไปรษณีย์มาได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail Account) wewin@fpo.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94766</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา  ตันติเตมิท, โครงการเราชนะ, โฆษกกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239e683c943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เราชนะ&#039;ดันเงินเข้าระบบช่วงหยุดยาว2.16หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์โครงการเราชนะ ในช่วงวันหยุดมาฆบูชา ระหว่างวันที่&amp;nbsp;26 &amp;ndash; 28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2564ในส่วนของประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตัง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์&amp;nbsp;www.เราชนะ.com&amp;nbsp;ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะแล้ว มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์รวมกันมากกว่า&amp;nbsp;21,600&amp;nbsp;ล้านบาท ในช่วงวันหยุดติดต่อกันที่ผ่านมา

สำหรับกลุ่มประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเรา&amp;nbsp;ได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่จุดรับลงทะเบียนกว่า&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาหรือจุดบริการของธนาคารกรุงไทย จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตภาคและสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ รวมถึงหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของกระทรวงมหาดไทย โดยประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ลงทะเบียนไปแล้วระหว่างวันที่&amp;nbsp;15 &amp;ndash; 21&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และจะได้รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท

นางสาวกุลยา กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังขอความร่วมมือร้านค้า ผู้ให้บริการและประชาชน ในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการเราชนะ เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนหรือร้านค้าและผู้ให้บริการที่ใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการเราชนะ&amp;nbsp;เช่น การแลกเปลี่ยนวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังได้ประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(สตช.)และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการทางกฎหมายในประเด็นดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้&amp;nbsp;หากพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(เครื่อง&amp;nbsp;EDC)&amp;nbsp;หรือแอปพลิเคชันถุงเงินของร้านค้าและผู้ให้บริการ ตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าแล้วผู้ให้บริการทันที และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

&amp;ldquo;ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการสามารถแจ้งเบาะแสรวมถึงส่งหลักฐานการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการเราชนะทางไปรษณีย์มาได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ&amp;nbsp;10400&amp;nbsp;หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(e-Mail Account)&amp;nbsp;wewin@fpo.go.th&amp;rdquo;&amp;nbsp;นางสาวกุลยา กล่าว

สำหรับความคืบหน้าของโครงการเราชนะ&amp;nbsp;ณ วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันแล้ว จำนวน&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ส่วนประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน&amp;nbsp;13.7&amp;nbsp;ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวน&amp;nbsp;32,400.4&amp;nbsp;ล้านบาท สำหรับประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบแอปพลิเคชันเป๋าตัง&amp;nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไป ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะแล้ว มีจำนวนมากกว่า&amp;nbsp; 16.2&amp;nbsp;ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา จำนวน&amp;nbsp;34,496.9&amp;nbsp;ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิ์โครงการเราชนะ&amp;nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;29.9&amp;nbsp;ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า&amp;nbsp;66,897.3&amp;nbsp;ล้านบาท

โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชันถุงเงิน&amp;nbsp;(ร้านธงฟ้าฯ)&amp;nbsp;ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ&amp;nbsp;ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ จำนวนมากกว่า&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;ล้านกิจการ โดยส่วนใหญ่เป็นวงเงินสิทธิ์ผ่านร้านธงฟ้าฯ ร้านค้าทั่วไปและอื่น ๆ และร้านอาหารและเครื่องดื่ม ตามลำดับ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94674</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราชนะ.com, กุลยา  ตันติเตมิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f17f82af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเตือนฉวยขึ้นราคาสินค้าตรวจเจอระงับการจ่ายเงินให้ร้านค้าทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.2564 นางสาวกุลยา &amp;nbsp;ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ว่า กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยที่ขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเกินควรซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค หลังจากที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 1569 หรือแจ้งข้อมูลของผู้ร้องเรียน พร้อมหลักฐานในการร้องเรียน รวมถึงช่องทางติดต่อกลับของท่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 1569@dlt.go.th หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง กระทรวงการคลังจะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่อง EDC และแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ของร้านค้าตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการฯ ที่กำหนดให้รับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการโดยตรงจากประชาชนตามราคาสุทธิของสินค้าและ/หรือบริการนั้น ๆ และมีการซื้อ-ขายสินค้าหรือรับบริการกันจริงโดยไม่เป็นการดำเนินการผ่านคนกลาง เช่น การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันบริการรับสั่งอาหาร (Food Delivery Service) เป็นต้น &amp;nbsp;หากตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการรายย่อยกระทำผิดเงื่อนไขดังกล่าว กระทรวงการคลัง จะดำเนินการระงับการใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ตลอดจนระงับการจ่ายเงินให้กับร้านค้าทันที และจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 มีดังนี้ ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงปัจจุบันแล้ว &amp;nbsp;จำนวน 1.5 ล้านคน สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 24,283.4 ล้านบาท สำหรับประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว มีจำนวนมากกว่า 15.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 20,930.3 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิ์โครงการฯ ทั้งสิ้นจำนวน 29.3 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 45,213.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมากกว่า 1.1 ล้านกิจการ โดยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สูงสุดถึงร้อยละ 36 ของการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์รวม ตามมาด้วย กรุงเทพและปริมณฑล ภาคใต้ และภาคกลาง ตามลำดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94263</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา  ตันติเตมิท, โครงการเราชนะ, โฆษกกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239e683c943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
